เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับท่อประปา

บทความประชาสัมพันธ์พิเศษ: ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือคอนโดฯ “น้ำ” คือสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่อาศัย บ้านหรือห้องที่มีระบบน้ำดี มีจุดเริ่มต้นมาจาก “ท่อประปา” ปัจจุบันมีท่อประปาหลากหลายประเภท อาทิ ท่อเหล็ก, ท่อเหล็กบุพีอี, ท่อ HDPE, ท่อพีวีซี, ท่อพีพี–อาร์ ฯลฯ ดูจากชื่อแล้ว หากเป็นคนไม่มีความรู้เรื่องช่าง อาจจะรู้สึกมึนไปชั่วขณะ วันนี้ บริษัท ท่อไทย พีพี-อาร์ จำกัด มีคำแนะนำในการเลือกซื้อ เลือกใช้ท่อประปาจาก มาฝาก

ปัจจุบันท่อประปาที่มีผู้นิยมใช้กันมากมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ ท่อพีวีซี และท่อพีพี-อาร์ ท่อทั้งสองแบบแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้เห็นภาพ เราจึกได้นำท่อทั้ง 2 แบบมาเปรียบเทียบกันในลักษณะต่างๆ ดังนี้

1. การเชื่อมต่อ
ลักษณะการเชื่อมต่อท่อ PVC ใช้รูปแบบการเชื่อมต่อด้วยกาวเชื่อมในแบบทั่วไป สำหรับท่อแบบ PP-R ใช้การเชื่อมต่อด้วยเครื่องเชื่อม ซึ่งจะสามารถรองรับแรงดันน้ำ มีความแข็งแรงในการใช้งานมากกว่าการเชื่อมต่อด้วยกาว

PP-R Pipe

2. คุณภาพวัสดุ
ท่อ PVC ผลิตจากวัสดุประเภทพลาสติกแข็ง ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์แตกหักได้ง่าย สำหรับท่อ PP-R มีคุณสมบัติยืดหยุ่นกว่า เมื่อมีการเหยียบกระแทกจะไม่แตกหัก ช่วยให้ลดปัญหาท่อน้ำแตก ท่อน้ำรั่วได้เป็นอย่างดี

PP-R Pipe

3. อายุการใช้งาน
ด้วยคุณสมบัติที่ได้กล่าวมา 2 ข้อ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ท่อ PP-R อายุการใช้งานนานกว่า

PP-R Pipe

4. ระบบน้ำร้อน
การออกแบบท่อ PVC เป็นท่อน้ำยุคก่อนซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานน้ำร้อน แต่ใช้ได้ในระดับน้ำอุ่นไม่เกิน 50 องศา ส่วนท่อ PP-R ในรุ่นคาดขาว และคาดแดง สามารถรองรับอุณหภูมิได้ถึง 95 องศา

PP-R Pipe

5. การซ่อมแซม
เมื่อต้องใช้สว่านหรือประตูเจาะผนัง หากเกิดความผิดพลาดไปเจาะโดนท่อ หากเป็นท่อพีวีซีจะไม่สามารถซ่อมแซมได้ แต่หากเป็นท่อแบบพีพี-อาร์สามารถอุดรูรั่วได้อย่างสะดวกสบาย

PP-R Pipe

6. การทดสอบระบบน้ำหลังติดตั้ง
สำหรับท่อแบบพีพี-อาร์นั้น สามารถเริ่มการทดสอบระบบน้ำได้ทันทีที่ท่อเย็นตัวลง ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ในขณะที่หากเป็นท่อพีวีซีแบบเดิมจะต้องรอให้กาวแห้งอย่างน้อย 1 วันก่อน

PP-R Pipe

7. ราคา
แม้ว่าคุณสมบัติของท่อพีพี-อาร์โดยรวมแล้วจะดีกว่าท่อแบบพีวีซี แต่ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าเช่นกัน

Cr. https://www.ddproperty.com/ข่าวอสังหาริมทรัพย์-บทความ/2015/2/84821/เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับท