Search

ระบบจ่ายน้ำ หัวฉีดเจ็ท (Jet)

ระบบจ่ายน้ำ หัวฉีดเจ็ท (Jet)

พืชทุกชนิดต้องการน้ำ แต่ละพันธุ์พืชต้องการปริมาณน้ำแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิด พันธุ์ และอายุขัย บางพืชต้องการน้ำปริมาณน้อย บางพืชต้องการน้ำปริมาณมาก เพื่อที่จะสังเคราะห์แสง น้ำเป็นตัวละลายธาตุในดิน ระบายความร้อน และให้รากดูดขึ้นไปสร้างการเจริญเติบโต ฉะนั้นระบบการให้น้ำของเกษตรจึงมีความสำคัญอย่างมาก ต่อพืชที่เพาะปลูก

       ระบบการให้น้ำแก่พืชที่ดี ต้องสนองความต้องการปริมาณน้ำของพืชให้เหมาะสมเพียงพอ และยังสะดวกต่อเกษตรอีกด้วย ระบบการให้มีหลายรูปแบบ หลากหลายประเภท ระบบการให้น้ำแบบเฉพาะจุด เป็นการให้น้ำบริเวณรากพืชโดยตรง น้ำจะถูกปล่อยจากหัวจ่ายน้ำสู่ดิน ให้ซึมไปในดินบริเวณราก ด้วยหัวฉีดเจ็ท ที่ทำให้เกษตร สามารถประหยัดน้ำได้อย่างแท้จริง และเกิดการสูญเสียน้ำจากปัจจัยอื่นน้อยมาก ใช้ระบบแรงดันที่ต่ำ ได้ผลผลิตที่งอกงามจากการคำนวณปริมาณการให้น้ำที่เหมาะสมแก่พืช

ลักษณะการทำงานของ หัวฉีดเจ็ท

สำหรับหัวฉีดเจ็ท ส่วนใหญ่จะใช้แรงดันอยู่ที่  10-20 เมตร และมีอันตราการไหลของหัวจ่ายน้ำ 10-200 ลิตร/ชั่วโมง จะวางไว้เหนือผิวดินกระจายน้ำลงสู่รากดินในบริเวณเขตรากพืชรัศมี 1-3 เมตร  เหมาะสำหรับไม้ผลที่มีระยะปลูกไม่เกิน 4 เมตร เช่น ไม้ผลระยะปลูก 3x3 เมตร สามารถวางท่อย่อยตามแถวของไม้ผลทุกแถวและติดตัวหัวฉีดเจ็ท ต้นละ 1-2 หัว ถ้าหากไม้ผลระยะปลูก 3x3 เมตร จำนวน 80 ต้น ติดตั้ง ระบบเจ็ท อัตราการไหล 120 ลิตร/ชั่วโมง รัศมีกระจายน้ำ 1-3 เมตร ต้นละ 1 หัว 

ประโยชน์ของการให้น้ำ ที่สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้

      1.  พืชเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ไม่ชะลอการเจริญเติมโตเมื่อขาดน้ำ

      2.  เพิ่มปริมาณพืช ควบคุมคุณภาพของผลผลิตได้

      3.  เมื่อมีปริมาณการให้น้ำที่แน่นอน ก็สามารถกำหนดเวลาการเก็บผลผลิตได้

      4.  เกษตรสะดวกและประหยัดเวลาการให้น้ำ

ข้อดีของระบบจ่ายน้ำด้วย หัวฉีดเจ็ท

      1. เหมาะสำหรับพืชที่ปลูกในระยะชิด และไม้ผลระยะไม่เกิน 4 เมตร

      2. สามารถประหยัดน้ำได้ดี เหมาะสำหรับพื้นที่มีแหล่งน้ำจำกัด

ข้อเสียของระบบจ่ายน้ำด้วย หัวฉีดเจ็ท

      1.  หัวฉีดเจ็ท จะเป็นตัวจ่ายน้ำที่เป็นละอองละเอียด เพราะฉะนั้นอาจเกิดการสูญเสียน้ำที่กระจายไปตามลมได้

      2.  หัวฉีดเจ็ท เป็นหัวจ่ายน้ำขนาดเล็ก ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย ถ้าแหล่งน้ำไม่สะอาด และมีตะกอน ต้องใช้เครื่องกรองน้ำที่มีความละเอียดมาก และควรล้างไส้กรองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการอุดตัน

       ทีนี้เราก็รู้แล้วลักษณะของหัวฉีดเจ็ทเป็นยังไง มีลักษณะและวิธีการใช้เบื้องต้นยังไงบ้าง เกษตรสามารถพิจารณาได้เลยว่า พืชที่ปลูกอยู่นั้นเหมาะสมต่อ การใช้ระบบจ่ายน้ำ แบบหัวฉีดเจ็ทหรือไม่

cr. https://www.kamonhardware.com/article/42/ระบบจ่ายน้ำ-หัวฉีดเจ็ท-jet

องค์ประกอบในการเลือกระบบหัวจ่ายน้ำ ให้เหมาะสมต่อพืชที่เพาะปลูก

องค์ประกอบในการเลือกระบบหัวจ่ายน้ำ ให้เหมาะสมต่อพืชที่เพาะปลูก

      น้ำเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างมากต่อเกษตรที่เพาะปลูกพืช สวนต่าง ๆ เพราะน้ำทำหน้าที่เป็นตัวกลาง นอกจากนี้การดูดอาหารในดิน การเคลื่อนที่ของอาหารภายในพืชก็อาศัยน้ำเป็นตัวนำ ความเต่งของเซลล์ยังทำให้พืชต่าง ๆ สามารถตั้งตัวอยู่ได้ เนื่องจากน้ำทำให้เซลล์สมบูรณ์และน้ำยังเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ แต่พืชแต่ละชนิดก็ต้องการน้ำในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป ให้เกษตรสามารถเลือกใช้ระบบการให้น้ำ รูปแบบต่าง ๆ ได้ หนึ่งในนั้นก็คือ ระบบหัวจ่ายน้ำซึ่งมีอยู่หลายประเภท และมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน มีองค์ประกอบที่ผู้ใช้ควรคำนึงหลัก ๆ ได้แก่

1.  คำนวณพื้นที่ที่ต้องการเพาะปลูก

 การกำหนดขอบเขตของการทำเกษตรจะบอกให้เกษตรกรทราบว่า ต้องใช้น้ำในปริมาณเท่าใด น้ำในบ่อเก็บน้ำหรือบ่อพักน้ำเพียงพอตลอดปีหรือไม่ มักไม่มีปัญหาสำหรับเกษตรกรที่มีน้ำใช้ตลอดทั้งปีและเป็นปัญหาของเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำ

2.  เลือกหัวจ่ายน้ำให้เหมาะกับการใช้งาน

ในขั้นตอนนี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องระบุว่าจะใช้หัวจ่ายน้ำชนิดใดที่เหมาะสมกับพืชผักที่เพาะปลูก หากปลูกผักสวนครัว พืชยืนต้น พืชไร่ พืชสวน พืชแต่ล่ะชนิดต้องการปริมาณน้ำไม่เท่ากัน และตำแหน่งการให้น้ำต้องปรับขยับออกเมื่อพืชเติบโตขึ้น ต้องขยับตำแหน่งการให้น้ำออกห่างเมื่อพืชโต เพราะรากหาอาหารของพืชจะขยายออก

3.  เลือกขนาดท่อ ที่จะส่งน้ำ ถ้ามีพื้นที่มากควรใช้ท่อที่ทนแรงดันน้ำได้สูง

ในการออกแบบระบบส่วนมากจะเป็นการคำนวณกลับ เริ่มจากปริมาณน้ำและแรงดันที่จ่ายในตัวจ่ายแต่ละจุด ท่อจ่าย ท่อแยกและท่อเมนต้องรองรับปริมาณและแรงดันที่ให้เหมาะสม เพราะฉะนั้นขนาดความโตของท่อเมน ท่อแยกและท่อจ่าย ต้องมีขนาดที่สัมพันธ์กัน กับปริมาณของน้ำที่ออกมาจากท่อ

4.  เลือกปั๊มน้ำให้เหมาะสม เพื่อใช้ผลักดันปริมาณของน้ำ

เมื่อทราบแล้วว่าทั้งระบบต้องการปริมาณน้ำเท่าใด แต่ล่ะพื้นที่ต้องการปริมาณน้ำและแรงดันเท่าใด ทราบว่าจะเลือกปั๊มน้ำขนาดกี่แรงม้า  ปั๊มน้ำแต่ล่ะรุ่นจะมีป้ายบอกขนาดแรงม้า ไฟฟ้าและปริมาณน้ำสูงสุดที่ส่งได้รวมถึงแรงดันส่งสูงสุดที่ส่งได้

5.  มีระบบปิด-เปิด และตั้งเวลาควบคุมน้ำได้แบบอัตโนมัติหรือใช้มือปิด-เปิด ในการใช้งาน

ในกรณีที่ใช้พื้นที่เกษตรไม่เกิน 5 ไร่ อาจใช้ระบบควบคุมการปิด-เปิด การทำงานของมอเตอร์ปั๊มน้ำเพื่อรดน้ำอัตโนมัติโดยสามารถใช้ระบบตู้คอนโทรลมอเตอร์เข้าควบคุมเวลาการเปิด-ปิด แต่ล่ะพื้นที่ แต่มีข้อเสียคือ ต้องลงทุนในจำนวนมากในการวางระบบ แต่ระยะยาวถือว่าคุ้มค่า

6.  ตรวจสอบราคาของอุปกรณ์เรียนรู้ต้นทุน การลดต้นทุน แต่การทำสิ่งใดให้คิดถึงจุดคุ้มทุนเป็นสำคัญ

7.  จำเป็นต้องรู้ว่าพืชผักต้นไม้รวมถึงลักษณะพื้นที่ เอียง ลาดและชนิดของดิน จะใช้น้ำเท่าไหร่จึงจะพอเหมาะต่อการรดน้ำ

cr. https://www.kamonhardware.com/article/47/องค์ประกอบในการเลือกระบบหัวจ่ายน้ำ-ให้เหมาะสมต่อพืชที่เพาะปลูก

ฟุตวาล์ว หรือวาล์วหัวกะโหลก

ฟุตวาล์ว หรือวาล์วหัวกะโหลก 

ฟุตวาล์ว (Foot valve)  มักจะเรียกอีกแบบหนึ่งว่า วาล์วหัวกะโหลก  เป็นอุปกรณ์วาล์วตัวล่างสุดที่จะใช้ดูดน้ำ  ในการดูดน้ำจากที่ที่ต่ำกว่าปั๊ม จะต้องมีน้ำหล่อหรือล่อ โดยต้องเติมน้ำลงในปั๊ม เมื่อน้ำลงไปในปั๊มมันจะไหลลงไปในท่อด้วย  วาล์วตัวนี้ทำหน้าที่กั้นน้ำไม่ให้ไหลลงไปในบ่อ  เมื่อเปิดปั๊ม น้ำในท่อและที่ตัวปั๊มจะดึงเอาน้ำในบ่อขึ้นมาได้ หรือง่ายๆ คือวาล์วหัวกะโหลก จะทำหน้าที่กักน้ำไว้ เพื่อให้ปั๊มดูดน้ำได้ และเป็นวาล์วที่มีเกลียวในข้างเดียว

คุณลักษณะด้านเทคนิค วาล์วหัวกะโหลก เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมการไหลของของเหลว ให้ไหลในทิศทางเดียว ขณะเดียวกัน ยังสามารถกรองสิ่งสกปรกหรือตะกอน สิ่งสกปรกที่อาจทำให้อุดตันไม่ให้เข้าไปทำความเสียหายกับระบบการทำงานของปั๊มได้ เหมาะสำหรับการใช้งาน หัวกะโหลกดูดน้ำ น้ำมัน สามารถติดตั้งได้ทุกแนวนอน ไม่ว่าจะเป็นแนวตั้ง แนวนอน หรือแม้แต่แนวทแยง เนื่องจากใช้สปริงในการควบคุมทุกทางการไหล สามารถทนทานต่ออุณหภูมิใช้งานสูงสุดถึง 110 ◦c

ลักษณะวาล์วหัวกะโหลกที่ดี

      วาล์วหัวกะโหลกทีมีความจำเป็นต่อระบบปั๊มเป็นอย่างมาก ถ้าไม่มีวาล์วหัวกะโหลกดักน้ำไว้ ตัวปั๊มน้ำก็จะดูดแต่ลม และทำให้ปั๊มทำงานหนัก ร้อนเกินไป จนอาจทำให้ไหม้ได้ วาล์วหัวกะโหลกที่ดี ควรจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าท่อส่งหรือมีขนาดเท่ากัน แต่ไม่ควรเล็กกว่า เพราะจะทำให้ปั๊มสูญเสียแรงส่ง Head loss มากเกินไป ควรเลือก วาล์วหัวกะโหลกที่มีขนาดใหญ่กว่าปั๊มน้ำ 1 เท่าเสมอ เช่น ถ้าปั๊มน้ำของมีขนาด 2 นิ้ว ขนาดของวาล์วที่ควรใช้ก็คือ 3 นิ้วขึ้นไป จะช่วยให้ปั๊มไม่ต้องทำงานหนัก การดูดน้ำจะทำได้อย่างคล่องตัวและดูดเร็วมากขึ้น

      ในกรณีที่มอเตอร์ปั๊มมีขนาดไม่เพียงพอ แรงม้าน้อยเกินไป การลดสปริง และน้ำหนักของลิ้นวาล์วของวาล์วหัวกะโหลกจะช่วยได้ การลด Friction ของเพลา และบูทจับเพลามีผลอย่างมาก วาล์วหัวกะโหลกที่ดีต้องมีลิ้นวาล์วที่เบา แต่มีคุณสมบัติที่แข็งแรง และควรจะเป็น สแตนเลสสตีล (Stainless Steel) ซึ่งมีราคาที่สูง จะมีความทนทานกว่าเพลาสติก ที่มีราคาที่ถูก หาซื้อได้ทั่วไป การติดตั้งวาล์วกะโหลกสามารถติดตั้งได้ทุกแนว ทั้งแนวตั้ง แนวนอน และแนวทแยง เนื่องจากใช้สปริงในการควบคุมการไหล และใช้งานในอุณหภูมิสูงสุดถึง 110 ◦c

คุณสมบัติเบื้องต้นของ วาล์วหัวกะโหลก หรือ ฟุตวาล์วที่ใครคิดจะติดตั้งระบบปั๊มน้ำต้องมี เพราะจะช่วยให้ระบบปั๊มของคุณทำงานได้ดียิ่งขึ้น

cr. https://www.kamonhardware.com/article/45/ฟุตวาล์ว-หรือวาล์วหัวกะโหลก

9 อุปกรณ์ข้อต่อท่อ pvc ที่มักพบบ่อย พร้อมวิธีการใช้งาน

9 อุปกรณ์ข้อต่อท่อ pvc ที่มักพบบ่อย พร้อมวิธีการใช้งาน

ข้อต่อท่อ pvc เป็นที่รู้จักกันดี ด้วยคุณสมบัติที่สามารถใช้งานได้ง่ายและมีคุณประโยชน์ที่เหมาะสมกับงานท่อประปา หรือท่อ pvc ต่าง ๆ ซึ่งต่างก็รู้จักท่อชนิดนี้กันดี มีผิวที่เรียบช่วยให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก ทนความเป็นกรดและด่างเป็นอย่างดี หาซื้อได้ง่ายมีราคาที่ไม่สูง ใช้งานกันได้อย่างหลากหลาย และข้อต่อท่อ pvc ทนแรงดันได้เป็นอย่างดี แม้จะไม่ค่อยทนความร้อนแต่สำหรับงานประปา ข้อต่อ pvc รองรับการใช้งานเกี่ยวกับน้ำได้อย่างดีเยี่ยม

ส่วนใหญ่มักจะพบท่อชนิดนี้อยู่ 3 สีคือ สีฟ้า สีเหลืองและสีเทา แต่พบสีฟ้าเยอะที่สุด สีเหลืองจะมีคุณสมบัติทนความร้อนได้ดี สำหรับสีเทาใช้สำหรับท่อน้ำทิ้ง ไม่ค่อยมีความทน เพราะคุณสมบัติของท่อชนิดนี้ไม่สามารถโค้งงอ ยืดหยุ่นหรือปรับทิศทางได้ จำเป็นต้องอาศัยข้อต่อท่อในการเชื่อมต่อ โดยข้อต่อต้องมีรูปทรงที่พอดีและแม่นยำ เพื่อให้งานท่อสามารถโค้งรับไปตามสภาพที่ต้องการวางท่อสำหรับใช้งานอย่างถูกต้องเหมาะสม

ข้อต่อท่อ pvc ได้ถูกดีไซน์มาหลายรูปแบบและหลายขนาดด้วยกัน เพื่อให้สามารถใช้งานได้หลากทิศทางและหลากองศาไม่ว่าจะท่อเล็กหรือท่อใหญ่  รูปแบบทั้งหมดนี้ล้วนได้รับการดีไซน์มาเพื่อให้เลือกใช้งานกันอย่างจุใจและตรงตามความต้องการ เพื่อให้งานท่อของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด

อุปกรณ์ข้อต่อท่อ pvc ทั้ง 9 ประเภท ที่มักพบบ่อย พร้อมวิธีการใช้งาน

      1. ข้อต่อตรง

ข้อต่อตรงเป็นข้อต่ออุปกรณ์สุดพื้นฐานที่ใช้งานได้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นประปา DIY หรือ การเกษตร การใช้งานก็คือมีไว้ใช้ต่อท่อสองเส้นเข้าด้วยกันในทางตรง การต่อก็แค่ ‘สวม’ ท่อเข้าไปในข้อต่อที่มีขนาดที่เท่ากัน

      2. ข้องอ 45 (ข้องอฉาก)

เป็นที่นิยมรองมาจากข้อต่อตรง ข้องอทั่วไป จะมีรูปแบบรวมอยู่ 2 อย่าง คือ ข้องอ45◦ และข้องอฉาก90◦ ซึ่งการใช้งาน คือการเชื่อมท่อสองเส้นเข้าด้วยกันแต่ไปในทิศทางองศาที่ต้องการ เช่น การนำข้องอฉาก90◦ และท่อ4เส้นมาประกอบก็สามารถสร้างโครงสร้างท่อ PVC แบบสี่เหลี่ยมได้

      3. สามตาฉาก (สามทาง)

สามตาฉากหรือสามทางฉากเป็นข้อต่อที่นิยมใช้ในหลายงาน ข้อดีของข้อต่อสามตา คือ สามารถใช้เชื่อมท่อได้สามทาง ซึ่งสามารถใช้ประกอบอะไรได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นราวตากผ้า คอกเด็ก หรือระบบประปาที่ซับซ้อน

      4. สี่ตา (ข้อต่อสี่ทาง)

ข้อต่อสี่ตาหรือสี่ทาง อุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับงาน DIY งานเกษตร และงานประปาที่ต้องใช้ต่อท่อไปในหลายทิศทาง โดยรวมแล้วอุปกรณ์ข้อต่อสี่ตาจะมาในขนาดเล็กเช่น 4 หุนหรือ 6 หุน

      5. บอลวาล์วสวม (บอลวาล์วเกลียว)   
        บอลวาล์ว pvc มาในรูปแบบทั้งสวมและเกลียวซึ่งทั้ง 2 แบบ ใช้งานที่ต้องใช้การเปิด-ปิดน้ำ เช่น งานเกษตร งานประปา หรือในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

      6. ฝาอุด (ฝาครอบ)

หัวอุดเป็นอุปกรณ์ที่ไว้ใช้กับท่อเพื่อปิดระบบน้ำไม่ให้น้ำรั่วหรือไหลออก นิยมใช้ฝาครอบหรือหัวอุดเพื่อปิดท่อเพื่อป้องกันไม่ให้ท่อไปขุดพื้นเป็นรอยหรือกันสิ่งแปลกปลอมเข้ามา

      7. ข้อต่อเกลียวใน ข้องอเกลียวใน ข้อต่อเกลียวนอก ข้องอเกลียวนอก

อุปกรณ์เกลียวในอย่างข้อต่อเกลียวในและข้องอเกลียวในนั้น ต้องใช้ควบคู่ไปกับอุปกรณ์เกลียวนอก อุปกรณ์เกลียวเหมาะสำหรับงานพวกงานประปา และงานสุขภัณฑ์ เช่น ต่อก๊อกน้ำประปาหรือต่อสายชำระ เกลียวจะทำให้น้ำไหลซึมผ่านยากขึ้น แต่ก็ควรจะใช้เทปพันเกลียวเพื่อเพิ่มความแน่นอนในการอุดร่อง นอกจากนี้ยังสามารถปิดข้อต่อเกลียวได้ด้วยพวกฝาครอบมีเกลียวเช่น ฝาครอบเกลียวในและปลั๊กอุดเกลียวนอกอีกด้วย

      8. กิ๊ปจับท่อ คลิปก้ามปู

กิ๊บจับท่อและคลิปก้ามปูเป็นอุปกรณ์สำหรับการยึดท่อไว้ กิ๊บจับท่อจะมีรูตะปูที่สามารถใช้ไว้ยึดตัวท่อ PVC ไว้กลับกำแพงหรือเพดานต่าง ๆ นิยมใช้ในขนาด 4 หุนและ 6 หุน  สำหรับคลิปก้ามปู คล้าย ๆ กิ๊บจับท่อ แต่คลิปก้ามปูจะมีขนาดที่เล็กกว่า (ใหญ่สุดแค่ 6 หุน) ส่วนใหญ่จะใช้คลิปก้ามปูในการตั้งท่อให้อยู่กับพื้น ไม่ให้กลิ้งไปไหน

      9. ข้อต่อบาง ข้องอบาง สามตาบาง

เป็นอุปกรณ์ที่นิยมไว้ใช้สำหรับงานก่อสร้าง ด้วยท่อชนิดใหญ่ เช่น ขนาดเกิน 2 นิ้วขึ้นไป น้ำหนักเบาและราคาถูกอุปกรณ์บางไม่เหมาะสำหรับงานประปาที่ใช้แรงดันสูง เพราะมีลักษณะที่บางไม่สามารถทนต่อแรงดันน้ำสูงได้

9 ข้อต่อท่อ pvc ที่นิยมใช้กัน มีวิธีการใช้งาน และราคาที่แตกต่างกันออกไป  บทความนี้ผู้ใช้สามารถพิจารณความเหมาะสมในการใช้งาน ข้อต่อท่อ pvc ที่ใช้อยู่ หรือกำลังศึกษาการใช้งานเบื้องต้นได้

cr. https://www.kamonhardware.com/article/43/9-อุปกรณ์ข้อต่อท่อ-pvc-ที่มักพบบ่อย-พร้อมวิธีการใช้งาน

มือใหม่ต้องใส่ใจเลือกท่อ PVC อย่างไรให้ตรงใจเหมือนช่างมืออาชีพ

มือใหม่ต้องใส่ใจเลือกท่อ PVC อย่างไรให้ตรงใจเหมือนช่างมืออาชีพ

การวางระบบท่อ ใครว่าจะมีแค่เรื่องของท่อส่งน้ำระบบประปาเพียงอย่างเดียว ในความเป็นจริงแล้วการเดินระบบท่อมีทั้งเรื่องของน้ำที่ใช้ในบ้าน น้ำที่ใช้เพื่อการเกษตร ระบบลำเลียงของเสีย ระบบสายไฟสายสัญญาณต่าง ๆ ด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีท่อ PVC ให้เราเลือกใช้อยู่หลายแบบด้วยกัน แต่สิ่งสำคัญก็คือ เราต้องรู้ถึงคุณสมบัติของท่อแต่ละแบบเพื่อการใช้งานอย่างถูกต้อง

ในความเป็นจริงท่อ PVC แต่ละชนิดได้รับการออกแบบมาให้ใช้กับงานที่แตกต่างกันไป ท่อแต่ละแบบจะมีความทนทานและรับแรงดันได้ไม่เท่ากัน หากเราใช้ท่อผิดประเภทก็จะทำให้ท่อแตกและเกิดความเสียหายได้ ทีนี้ถ้าเราจะเลือกใช้ท่อกับงานต่าง ๆ ควรจะต้องเลือกอย่างไร ลองมาดูหลักการพิจารณาเลือกใช้ในแบบช่างมืออาชีพกัน

ท่อประปา (ท่อน้ำดี)

สำหรับท่อประปาที่ใช้ส่งน้ำดีเข้าไปใช้ในครัวเรือน ใช้ในอ่างล้างหน้า ห้องครัว อ่างอาบน้ำ หรือแม้กระทั่งส่งน้ำเข้าไปใช้ตามโครงการที่พักอาศัยต่าง ๆ ปกติแล้วก็จะเลือกใช้ท่อ PVC ขนาด 4 – 6 หุน ตัวท่อปกติที่ใช้กันทั่วไปจะอยู่ที่ 6 หุน โดยจะใช้ข้อต่อเชื่อมเข้ากับท่อ 4 หุน ที่มากับสุขภัณฑ์ต่าง ๆ และ ถ้าต้องมีการใช้ฝังดินหรือฝังกำแพงก็ให้พิจารณาเรื่องแรงดันของท่อร่วมด้วย ซึ่งแรงดันที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 13.5

ท่อประเภทนี้ถ้าเลือกใช้ท่อที่มีคุณภาพดีเกรดมาตรฐานขึ้นไปก็จะใช้ได้นาน 50 – 60 ปีเลยทีเดียว เพราะสามารถที่จะทนการกัดกร่อนของสารเคมี ทนต่อสภาพอากาศได้ดีพอสมควร แต่ถ้าเลือกท่อที่เกรดต่ำกว่ามาตรฐานคุณภาพก็จะกลับกัน อาจใช้งานได้เพียง 3 – 4 ปีเท่านั้นก็จะชำรุดแล้ว

ท่อน้ำทิ้ง (ท่อโสโครก)

ท่อที่จะนำมาใช้ในงานระบบน้ำทิ้ง ส่วนใหญ่แล้วช่างมืออาชีพจะเลือกท่อแบบบางมากกว่าแบบ PVC หนาทั่วไป อันเนื่องมาจากเรื่องความเหมาะสมของราคา ซึ่งจะประหยัดงบประมาณในการวางระบบได้มากกว่า โดยที่คุณภาพในการลำเลียงของเสียก็ยังคงทำได้ดี ขนาดมาตรฐานจะอยู่ที่ 1½ - 2 นิ้ว แต่ถ้าใช้สำหรับต่อท่อน้ำทิ้งแอร์ก็มักจะใช้ขนาด ¾  - 1 นิ้ว

การเดินท่อน้ำทิ้งปกติแล้วจะมีการวางท่อให้ความลาดเอียงอยู่ที่ประมาณ 1/50 โดยจะใช้ผสานกับข้อต่อ 45 องศา และถ้าต้องมีการฝังดินก็ให้พิจารณาเรื่องของแรงดันท่อควบคู่ไปด้วย แรงดันที่เหมาะสมก็จะอยู่ที่ 13.5 เช่นกัน

ท่อสำหรับงานเกษตร

ท่อสำหรับงานเกษตรนั้นจะใช้ได้ทั้งท่อ PVC และท่อ PE ขึ้นอยู่กับการออกแบบและวางระบบน้ำ ว่าจะมีการส่งน้ำจากแหล่งจ่ายน้ำอย่างไรแบบไหนบ้าง ซึ่งหลักง่าย ๆ ที่ใช้กันทั่วไปก็คือ ถ้าใช้วางท่อเมนก็จะเลือกใช้เป็นท่อแบบ PVC พิจารณาเรื่องแรงดันให้สูงขึ้นกว่าปกติสักเล็กน้อย ส่วนถ้าจะวางท่อย่อย ท่อแขนงก็มักจะเลือกเป็นท่อ PE แบบนี้นั่นเอง

นี่เป็นแนวทางเบื้องต้นในการพิจารณาเลือกใช้ท่อ PVC ในงานลักษณะต่าง ๆ ตอนนี้เชื่อว่ามือใหม่ทั้งหลายคงพอจะรู้หลักการเลือกใช้ท่อกันแล้วนะ

cr. https://www.kamonhardware.com/article/24/มือใหม่ต้องใส่ใจเลือกท่อ-pvc-อย่างไรให้ตรงใจเหมือนช่างมืออาชีพ

ความหนาของท่อพีวีซี ต่างกันอย่างไร? สำคัญต่อการใช้งานหรือไม่?

ท่อพีวีซี (PVC) เป็นชื่อเรียกที่ย่อมาจากคำว่า โพลีไวนิลคลอไรด์ (Polyvinyl Chloride) มีความเหนียวยืดหยุ่นตัวได้ ทนต่อแรงดันน้ำ

7 สิ่งที่ควรรู้ท่อ PVC

ท่อพีวีซี (PVC) เป็นชื่อเรียกที่ย่อมาจากคำว่า โพลีไวนิลคลอไรด์ (Polyvinyl Chloride) มีความเหนียวยืดหยุ่นตัวได้ ทนต่อแรงดันน้ำ

ท่อเหล็กประปา คาดสี (Galvanized steel pipe) ท่อแป๊ป คาดสีเหลือง แดง น้ำเงิน ต่างกันอย่างไร ?

ท่อเหล็กประปา ท่อแป๊ป ท่อประปา คาดสีเหลือง แดง น้ำเงิน

ต่างกันอย่างไร ?

ท่อเหล็กประปา คาดสี (Galvanized pipe) แต่ละสีเหมือนกันหรือแตกต่างกัน… เปรียบเทียบง่ายๆ ช่างกำลังทำงานก่อสร้าง ขั้นตอนเดียวกัน แต่เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่แตกต่างกัน เช่น ช่างปูกระเบื้อง เลือกกระเบื้องปูบริเวณพื้นหน้าบ้านที่จอดรถ กับ เลือกกระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ ช่างเลือกกระเบื้องต่างชนิดกัน เพราะวัตถุประสงค์การใช้งานต่างกัน พื้นห้องน้ำต้องการกระเบื้องที่ไม่ลื่น ไม่ซึมน้ำ ส่วนกระเบื้องปูพื้นหน้าบ้าน ต้องมีความแข็งแรง คงทน เช่นเดียวกันกับการเลือกท่อเหล็กประปา (แป๊ปน้ำ) แต่ละสีมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน…

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • ท่อประปา (Galvanized pipe) คืออะไร ?
  • ท่อเหล็กประปาคาดสีแดง BS-H / ท่อกัลวาไนซ์คาดเหลือง BS-S / แป๊ปน้ำ BS-M สีน้ำเงิน ต่างกันอย่างไร ?? ลักษณะการใช้งานของท่อเหล็กประปาแต่ละสี
  • ข้อควรรู้ คำแนะนำเกี่ยวกับการติดตั้งท่อเหล็กประปา (Galvanized steel pipe)

ท่อประปา (Galvanized pipe) คืออะไร ?

  • ท่อประปา (Galvanized steel Pipe) หรือ ช่างส่วนใหญ่เรียกว่า แป๊ปน้ำ ท่อ HDG ท่อ GI ท่อน้ำประปา ท่อกัลวาไนซ์คาดสีต่างๆ B S-H , BS-S , B S-M แป๊บสังกะสี ปลายเกลียว ปลายเรียบ แป๊บขาว ขึ้นอยู่กับว่าท้องถิ่นนั้นๆ เรียกว่าอะไร หรือ ความคุ้นเคยของช่างแต่ละคน
  • ท่อเหล็ก ประปา เกิดจากการ นำท่อดำไปชุบสังกะสีเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดสนิม เมื่อทำการพ้นสีรองพื้นเสร็จแล้ว จากนั้น นำมาชุบเคลือบด้วยสังกะสี โดยท่อชุบสังกะสีที่ได้ จะมีคุณสมบัติการป้องกันการเกิดสนิม และผุกร่อน มีความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ท่อเหล็กดำ ที่เคลือบและไม่เคลือบสีรองพื้น
  •  มีลักษณะเป็นทรงกลม ตะเข็บภายในเรียบ พื้นผิวเรียบ ไม่ขรุขระ โดยเกิดจากการนำท่อดำไปชุบสังกะสี เพื่อช่วยป้องกันการเกิดสนิม การผุกร่อน ทำให้เหล็กมีความแข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน คุ้มค่าแก่การลงทุน อีกทั้งยังสะดวกแก่การเชื่อมต่อ โดยแบ่งเป็น 3 สี แดง , เหลือง, น้ำเงิน
  •  มีความยาว 6 เมตร เหมาะกับงานเดินท่อลำเลียง ท่อประปา ท่อชลประทาน การขึ้นรูปโครงสร้างต่างๆ ท่อเหล็กอาบสังกะสี มีความสามารถในการรับแรงดัน มีความแข็งแรงทนทาน สะดวกในการเชื่อมต่อ
  • หน่วยที่ใช้ เป็นหุล หรือนิ้ว เช่น  (1/4) 2 หุล outside กับ inside diameterแตกต่างกันระหว่าง เกรดท่อ เช่น Light (OD=13.66 mm,thickness=1.8 mm,mass 0.515 kg/m)

ท่อเหล็กประปาคาดสีแดง BS-H / ท่อกัลวาไนซ์คาดเหลือง BS-S / แป๊ปน้ำ BS-M สีน้ำเงิน ต่างกันอย่างไร ?? ลักษณะการใช้งานของท่อเหล็กประปาแต่ละสี

ท่อเหล็กประปาคาดสีแดง BS-H / ท่อกัลวาไนซ์คาดเหลือง BS-S / แป๊ปน้ำ BS-M สีน้ำเงิน โดย เลคก้า

ท่อเหล็กประปาคาดสีแดง BS-H

  • ท่อกัลวาไนซ์คาดแดง BS-H ลักษณะความหนาของผนัง ท่อหนาสุด เมื่อเปรียบเทียบกับท่อชนิดอื่นๆ
    หนาสุด
  • ลักษณะท่อเหล็กประปาแบบ ชนิดหนา ส่วนใหญ่จะใช้ในการต่อท่อระบายน้ำที่ต่อใต้พื้นถนน หรือบริเวณที่รับน้ำหนักกด หรือ สั่นสะเทือนมาก
  • ท่อมีลักษณะปลายเฉพาะไม่สามารถต๊าปเกลียวได้

ท่อกัลวาไนซ์คาดเหลือง BS-S

  • ท่อประปากัลวาไนซ์คาดเหลือง BS-S ลักษณะความหนาของผนัง ท่อบางสุด 
  • ซึ่งลักษณะท่อเหล็กแบบ ชนิดบาง มักถูกนำไปใช้ในการต่อท่อระบายน้ำทิ้งในอาคารทั่วไปเป็นหลัก
  • สามารถต๊าปเกลียวได้ แต่ไม่สามารถลึกมาก เพราะเหล็กบาง อาจมีปัญหาตามหลัง

แป๊ปน้ำ BS-M สีน้ำเงิน กลางๆ หนากว่าเหลือง

  • ท่อเหล็กประปาคาดน้ำเงิน BS-M ลักษณะของท่อ บางกว่าคาดสีแดง (BS-H) แต่ หนากว่าคาดสีเหลือง (BS-S)
  • เหมาะสมกับการใช้งานทั่วไป เป็นที่นิยม หาซื้อง่าย ใช้งานได้หลากหลาย เช่น ท่อประปา , ท่อน้ำทิ้ง เพราะส่วนใหญ่ BS-H(แดง) ในเมืองไทยจะหาซื้อยากกว่า คาดสีน้ำเงินและคาดสีเหลือง แต่ทาง LEKKLA ร้านค้าเหล็กระยอง จัดจำหน่ายเหล็กท่อประปาทุกสีทุกชนิดและหลากหลายขนาด
  • ท่อสามารถต๊าปเกลียวได้ นิยมทำเช่นกัน ท่อประปาคาดน้ำเงิน มักมีความหนามากสุดเท่ากัน 6 นิ้ว
ท่อประปาเหล็ก โดย เลคก้า

ข้อควรรู้ คำแนะนำเกี่ยวกับการติดตั้งท่อเหล็กประปา (Galvanized steel pipe)

  • ท่อเหล็กประปา หรือ ที่รู้จักกันในภาษาช่างก่อสร้างมักเรียกว่า แป๊ปประปา ท่อกัลวาไนซ์สีเหลือง แดง น้ำเงิน สีต่างๆ ท่อประปามีหลากหลายรูปแบบ และขนาดยังต่างกันด้วย ดังนั้น ลักษณะการใช้งานจึงต่างกัน
  • ถ้าหากทำการศึกษาให้ละเอียดจะทำให้รู้ว่าเหล็กประปาแต่ละสีมีลักษณ์ที่แตกต่างกัน การใช้งานหรือขนาดก็แตกต่างกัน ดังนั้น ช่างที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ จะทำให้สามารถเลือกวัสดุที่ตรงกับงานก่อสร้างมากที่สุด บางครั้ง ยังสามารถประหยัดงบได้อีกด้วย
  • วิธีการ เดินท่อประปาโดยทั่วไปแล้วการเดินท่อประปาภายในบ้าน จะมีอยู่ 2 ชนิด คือ
    1. การเดินท่อแบบลอย คือ การเดินท่อติดกับผนัง หรือวางบนพื้น การเดินท่อแบบนี้จะเห็นได้ชัดเจน สามารถ ซ่อมแซมได้ง่าย เมื่อเกิดปัญหา แต่จะดูไม่สวยงาม
    2. การเดินท่อแบบฝังคือ การเจาะสกัดผนัง แล้ว เดินท่อ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ฉาบปูนทับ หรือเดินซ่อนไว้ใต้ เพดานก็ได้ ซึ่งจะดูเรียบร้อยและสวยงาม แต่เมื่อมีปัญหาแล้ว จะซ่อมแซมยาก

สรุป

  • ท่อประปา (Galvanized steel Pipe) หรือ ช่างส่วนใหญ่เรียกว่า แป๊ปน้ำ ท่อ HDG ท่อ GI เกิดจากการ นำท่อดำไปชุบสังกะสีเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดสนิม เมื่อทำการพ้นสีรองพื้นเสร็จแล้ว จากนั้น นำมาชุบเคลือบด้วยสังกะสี โดยท่อชุบสังกะสีที่ได้ จะมีคุณสมบัติการป้องกันการเกิดสนิม และผุกร่อน มีความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ท่อเหล็กดำ ที่เคลือบและไม่เคลือบสีรองพื้น
  • โดยแบ่งเป็น 3 สี แดง , เหลือง, น้ำเงิน
  • ท่อประปากัลวาไนซ์คาดแดงหนาสุด ตามด้วยคาดน้ำเงิน และ คาดเหลือง ตามลำดับ ซึ่งลักษณะการใช้งานแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ความเหมาะสมของหน้างานก่อสร้างแต่ละสถานที่

cr. https://steelexpert.lekkla.com/galvanizedpipe-rayong/

Back to Top
Product has been added to your cart